เว็บกีฬาฟุตบอล ย้อนรอยเจลีก 1 : จุดเริ่มต้น

เว็บกีฬาฟุตบอล

นี่คือจุดกำเนิดของฟุตบอลลีกอาชีพหมายเลขหนึ่งของเอเชีย เส้นทางกว่าสองทศวรรษสู่ปัจจุบันเริ่มต้นที่นี่

เว็บกีฬาฟุตบอล ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว ราวปี 1991 โครงการลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่นหรือที่รู้จักกันในชื่อ ”เจลีก” ได้เริ่มก่อตัวขึ้น และมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีก 2 ปีต่อมา(1993) โดยกว่า 20 ปีที่นับตั้งแต่วันนั้น ฟุตบอลของญี่ปุ่นก็ได้พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ทว่าเส้นทางสู่มืออาชีพและความสำเร็จของพวกเขา มันช่างยาวนานและเต็มไปด้วยขวากหนาม

อันที่จริงในปี 1993 อายุของฟุตบอลญี่ปุ่นเพิ่งจะผ่านหลักไมล์ที่ 100 มาได้ไม่นานนัก โดยว่ากันว่าทหารเรือของอังกฤษเป็นผู้นำกีฬาชนิดนี้เข้าที่โยโกฮามาเป็นครั้งแรกในปี 1873

สำหรับการแข่งขันครั้งแรกบนผืนแผ่นดินญี่ปุ่น (ที่ต่อมากลายเป็น “เอมเพอเรอร์ คัพ”) คงต้องย้อนไปในปี 1921 ซึ่งเป็นปีเดียวกันของการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่น(JFA) โดยในครั้งนั้นมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันแค่เพียง 4 ทีม ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นมาเป็น 6,000 ทีมในช่วง 10 ปีหลังสุด ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดีสำหรับการพัฒนาของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น

โดยก่อนหน้าที่พวกเขาจะมีลีกอาชีพอย่างเต็มตัว สโมสรในประเทศญี่ปุ่นล้วนมาจาก 2 ประเภทหลัก คือทีมจากมหาวิทยาลัย และ ทีมของบริษัท หลังจากนั้นไม่นาน ราวช่วงทศวรรษ 1960 ฟุตบอลก็เริ่มจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น บริษัทต่างๆจึงมีความคิดที่จะพนักงานในบริษัทมาฝึกเล่นกีฬา ไปพร้อมกับการช่วยประชาสัมพันธ์ชื่อของบริษัท

ในทศวรรษ 1960 ถือเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในด้านสังคม และวงการฟุตบอล โดยบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในช่วงนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ออตโต เครเมอร์ กุนซือชาวเยอรมันผู้พานักเตะเลือดซามูไรไปคว้าเหรียญทองแดงมาได้อย่างเหลือเชื่อในมหกรรมกีฬาโอลิมปิค 1968 ที่ประเทศเม็กซิโก

และก่อนหน้านี้ไม่นาน ในปี 1965 เครเมอร์คนนี้ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการก่อตั้งลีกฟุตบอลแห่งแรกของญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ Japan Soccer League (JSL) ซึ่งต่างก็ได้รับความสนใจจากบริษัทต่างๆ และมีการดึงนักฟุตบอลเข้ามาร่วมทีมเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสโมสร โดยให้ทำงานที่ไม่หนักแค่ช่วงเช้า นักเตะเหล่านี้จึงสามารถฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่ และทำผลงานได้ดีภายใต้ชื่อของบริษัท

ปี 1961 ฟุรุคาวะ อิเล็คทริค(เจฟ ยูไนเต็ด จิบะ) กลายเป็นทีมจากบริษัททีมแรกที่ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์เอมเพอเรอร์ คัพไปครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็เป็นคิวของ โทโย อินดัสทรี(ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา) ยันมาร์ ดีเซล(เซเรโซ โอซากา) และมิตซุบิชิ อินดัสทรี(อุราวะ เรดส์) โดยมหาวิทยาลัยวาเซดะ เป็นทีมจากมหาวิทยาลัยทีมสุดท้ายที่มีโอกาสได้ชูถ้วยใบนี้

แต่ถึงแม้ว่าฟุตบอลญี่ปุ่นจะเติบโตอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จ โดยอิงจากจำนวนแฟนบอลที่ตามเข้าไปเชียร์กันในสนามจนเกือบเต็มความจุแทบทุกสังเวียน แต่สำหรับในเวทีระดับชาตินั้น นักเตะเลือดซามูไรล้วนไม่เคยเข้าใกล้ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เลย

ความสำเร็จดังกล่าวจึงตกมาอยู่ที่ตัวนักเตะ ในช่วงนี้จึงมีผู้เล่นญี่ปุ่นหลายคนที่มีโอกาสได้ไปค้าแข้งในต่างประเทศ หนึ่งในนั้นก็คือ ยาซุฮิโกะ โอคุเดระ นักเตะระดับตำนานผู้เคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกาและเดเอฟเอ โพคาลกับโคโลญจน์ในปี 1978 และยังเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่แฟนบอลเยอรมันจนถึงวันนี้จากฉายา Der gelbe Blitz (สายฟ้าแลบ)

และคนที่มาทำให้ฟุตบอลญี่ปุ่นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนในเวลาต่อมาก็คือ ซาบุโร คาวาบุจิ ประธาน JFA ที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำให้ลีกฟุตบอลญี่ปุ่นเป็นลีกอาชีพอย่างเต็มตัว ก่อนที่จะมาเป็นความจริงในปี 1993 แม้ว่าทั้ง 10 สโมสรในยุคเริ่มแรกต่างก็ประสบปัญหาทางการเงิน ทว่าการถือกำเนิดขึ้นของพวกเขา ได้เป็นรากฐานสำคัญสำหรับความสำเร็จของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นในปัจจุบัน

มีเกร็ดประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจในช่วงการกำเนิดของเจลีก เมื่อสโมสร ซุมิโตโมะ ซ็อคเกอร์ คลับ ทีมเล็กๆระดับจังหวัดที่เพิ่งคว้าแชมป์ JSL ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1986-87 ได้สอบถาม คาวาบุจิ ถึงโอกาสที่จะได้พิจารณาเป็นสมาชิกยุคก่อตั้ง ก่อนที่จะโดนประธาน JFA ตอบกลับมาอย่างแทบไม่มีหวังว่า “99.9999 เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้”

มาซารุ ซุสุกิ ประธานสโมสรซุมิโตโมะ ซ็อคเกอร์ คลับ ได้ยินดังนั้นจึงตอบไปว่า “อย่างนั้นก็แปลว่าพวกเราก็ยังมีโอกาสอยู่ 0.0001 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหม”

แต่แค่ 0.0001 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอที่จะทำให้ความหวังของพวกเขากลายเป็นจริง ซึ่งต่อมาพวกเขาก็ได้สร้าง”ฟุตบอลสเตเดียม” (สนามฟุตบอลที่ใช้แข่งขันฟุตบอลเพียงอย่างเดียว) ขึ้นมาเป็นที่แรกในญี่ปุ่น และกลายมาเป็นที่รู้จักในชื่อของ “คาชิมา อันท์เลอร์ส” ทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในดินแดนอาทิตย์อุทัย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 1993 อันท์เลอร์ส ก็ยังไม่ได้มีบทบาทมากเท่าไรนักในวงการฟุตบอลญี่ปุ่น ไม่เหมือนกับ เวอร์ดี้ คาวาซากิ และ โยโกฮามา มารินอส สองทีมที่ได้เป็นคู่เปิดสนามในวันแห่งประวัติศาสตร์

18 เดือนหลังโครงการเจลีกก่อตั้งขึ้น แฟนบอลเกือบ 60,000 คนได้สิทธิ์เข้ามาเป็นสักขีพยานในเกมนัดเปิดสนามอย่างเป็นทางการในสนามกีฬาแห่งชาติ ณ กรุงโตเกียว หลังต้องพยายามอย่างสุดความสามารถสำหรับตั๋วในนัดนี้

และไฮไลท์สำคัญสำหรับพิธีในวันนั้นคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคาวาบุจิ คำพูดของเขาไม่ได้มากมาย เรียบง่าย แต่จับใจ เขากล่าวว่า “ด้วยการสนับสนุนของผู้คน(ญี่ปุ่น)มากมายที่รักกีฬา เจลีกที่เป็นความฝัน ได้กลายมาเป็นความจริงแล้ว”

เกมในวันนั้น ชัยชนะ “อาชีพ” นัดแรกตกเป็นของ มารินอส หลังไล่ยิง 2 ประตูรวดในช่วงครึ่งหลัง จนพลิกแซงคว้าชัยไปได้ ทว่าผลการแข่งขันอาจจะไม่สำคัญเท่ากับบรรยากาศแห่งความฝันของแฟนบอลทุกคนทั้งในสนาม และกว่าล้านคนที่ชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ความรู้สึกตื่นเต้นและความสนุกที่ยังหลงเหลืออยู่หลังสิ้นเสียงนกหวีดบอกกับเราว่าแม้เกมเปิดสนามจะจบลง แต่ฟุตบอลญี่ปุ่นของจริงเพิ่งจะเริ่มต้น

เว็บกีฬาฟุตบอล เริ่มต้นดี! มอยส์ยิ้มประเดิมคุมแมวดำคว้าชัย

เว็บกีฬาฟุตบอล

กุนซือชาวสก็อตทำผลงานในเกมประเดิมคุมแมวดำได้ไม่เลว หลังนำทีมพิชิตสโมสรระดับลีกรองของสวิสแบบหมดจด

เว็บกีฬาฟุตบอล เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมคนใหม่ของซันเดอร์แลนด์ ประเดิมคุมสโมสรลงเล่นเกมปรีซีซันด้วยชัยชนะ หลังนำทีมปราบ สตาด นียง ทีมระดับดิวิชัน 3 ของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อคืนที่ผ่านมา

เทรนเนอร์ชาวสก็อตเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเข้ามาทำทีมแมวดำเมื่อสัปดาห์ก่อน หลัง แซม อัลลาร์ไดซ์ นายใหญ่คนก่อนตัดสินใจไปรับงานเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ

ล่าสุดอดีตกุนซือแมนฯยูฯได้ฤกษ์คุมทีมลงเล่นเป็นนัดแรก ก่อนนำสโมสรคว้าชัยเหนือทีมรองบ่อนจากแดนนาฬิกาแบบไม่ยากเย็น 2-0 โดยได้ประตูจาก ดันแคน วัตมอร์ ศูนย์หน้าดาวรุ่งที่เหมายิงจุดโทษทั้ง 2 ลูก

ทั้งนี้ ซันเดอร์แลนด์มีโปรแกรมลงอุ่นเครื่องนัดต่อไปกับ ดิฌง ทีมในลีกเอิง ในคืนวันพุธนี้